It is currently 29 Nov 2009, 06:16

All times are UTC + 7 hours



Welcome
Welcome to cool club for love
ยินดึต้อนรับเข้าสู่ คลับของคนรักนิยาย Cool Club for Love

นิยายจาก Fullmoon Sunrise Bluestar

RedRose, Fallen

บอร์ดนิยายนี้ไม่ได้ทำมาเพื่อการค้าใดๆ เป็นที่ที่เปิดกว้างให้นิยายทุกแนวได้มีโอกาสเปิดตัวต่อสาธารณะชน

การกระทำใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการค้า จึงไม่อยู่ในความรับผิดชอบของบอร์ด


join our community today!


Post new topic Reply to topic  [ 1 post ] 
Author Message
 Post subject: ตอนที่ 1
PostPosted: 06 Nov 2009, 02:55 
Offline

Joined: 08 Jul 2009, 22:19
Posts: 18
“อ๊า...” เสียงเล็กครวญครางร้องก้องไปทั่วห้องสี่เหลี่ยม ผมดำยาวเป็นลอนสลวยแผ่ไปบนหมอน “อย่ารุนแรงสิคะ...”
“ปล่อยตามสบายสิ อย่าเกร็ง...” เสียงทุ้มเอ่ย เม็ดเหงื่อผุดไปทั่วใบหน้า
“ก็มันเจ็บนี่คะ...” เสียงเล็กโอดครวญ ใบหน้าเรียวเล็กเอี้ยวคอไปด้านหลังมองชายหนุ่มที่คร่อมอยู่เหนือตัวเธอ
“ยังจะมีหน้ามาพูดอีก ปีนต้นไม้ขึ้นไปช่วยแมว แล้วเป็นไงล่ะ” นิ้วเรียวยาวทาถูยาบริเวณสะโพกที่เขียวช้ำที่นอนร้องโอดโอยตั้งแต่อุ้มเธอจากใต้ต้นไม้ที่ตกลงมา
“ก็ไม่ได้อยากตกลงมาสักหน่อย แค่เหยียบพลาดไปนิดเดียวเอง” ดวงตารีสีน้ำตาลอ่อนมองค้อน เธอเองก็ไม่ได้อยากตกลงมา แล้วให้เขามาถลกกางเกงจนเห็นสะโพกของเธอหรอกนะ
มือหนาที่กำลังถูไปด้วยนวดไปด้วยเพิ่มแรงขึ้น จนหญิงสาวร้องเสียงหลง
“เจ็บนะคะหมอ!” เธอทนไม่ไหวลุกขึ้นหันไปประจันหน้ากับนายแพทย์หนุ่มที่ใบหน้าชื้นไปด้วยเหงื่อเพราะอากาศที่ร้อนอบอ้าว
“ถ้าไม่นวดแรง ๆ ตัวยามันจะซึมเข้าไปได้ยังไงล่ะครับ” เขาว่า
“ก็ไม่เห็นต้องแรงขนาดนั้นนี่คะ” กานดาประชดประชัน มือคลำป้อย ๆ บริเวณที่ปวด พลางมองใบหน้าเหลี่ยมที่เข้ากับดวงตาเรียวยาว และจมูกโด่งเป็นสันที่ได้ตำแหน่งเป็นคู่หมั้น หรือว่าที่สามีในอนาคต
ที่เขาและเธอได้พบกัน เป็นเพราะตัวเธอนั้นมาช่วยดูแลแสงดาวที่กลับมาพักฟื้นที่บ้านพักของสามีที่สระบุรี เพื่อเตรียมตัวเข้ารับการสะกดจิตเพื่อเรียกความทรงจำกลับมา ส่วนตัวเขาก็เป็นนายแพทย์ที่ประจำอยู่ที่นี่ และเป็นเพื่อนสนิทของแสงดาว
ถึงการพบกันครั้งแรกของเขาและเธอจะไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าใดนัก เพราะเขามองข้ามหัวเธอไป เพราะมัวแต่ดีใจที่ได้เจอแสงดาว แต่ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์เลวร้าย เขามักเป็นฝ่ายที่คอยดูแลและปลอบโยนเธอเสมอ จากคนที่รู้จักแปรเปลี่ยนเป็นคนรู้ใจ
แล้ววันนี้เธออุตส่าห์ขอลาพักร้อนมาที่สระบุรีเพื่อจะมาหาเขา แต่กลับต้องมานอนเปิดสะโพกจนเกือบเห็นก้น แถมยังถูกสั่งสอนอีก อารมณ์ที่อยากเจอกลายเป็นอยากจะชกคนที่อยู่ตรงหน้าสักเปรี้ยง
“เป็นพยาบาลดูแลคนไข้ซะเปล่า แต่กลับไม่รู้จักดูแลตัวเองบ้างเล้ย…” ดนัยพูดตรง ๆ ตามประสาคนเถรตรง ที่บางทีชวนให้คนฟังอยากลุกขึ้นมาตีหัวสักที
“ก็บอกแล้วไงคะ ว่าไม่ได้อยากจะตกลงมาสักหน่อย แถมลูกแมวมันร้องอยู่อย่างนั้นตั้งนาน น่าสงสารจะตาย” เธออธิบายจนกลายเป็นเถียง
“เอาเถอะ ยังไงก็ตกลงมาแล้วนี่ นอนลง...ผมจะได้นวดให้ต่อ” มือหนาสะบัดปลายนิ้วทั้งห้าไล่ให้หญิงสาวทำตามที่เขาบอก
“ไม่เอาค่ะ” กานดากอดอก เรื่องอะไรจะปล่อยให้เขาทำตามอำเภอใจกับสะโพกงามของเธออีก
“ยังจะดื้ออีก ถ้าพรุ่งนี้ปวดจนลุกไม่ไหวจะมาโทษผมไม่ได้นะ” ดนัยพูดอย่างอ่อนอกอ่อนใจ เพราะท่าทีที่ตั้งแง่ของเธอ
“หมอไม่ต้องมาพูดเลยนะคะ เจอกันทั้งทีแทนที่จะพูดจากันดี ๆ หวาน ๆ กลับเอาแต่ว่ากานดาทำตัวเหมือนเด็ก เที่ยวไปปีนต้นไม้จนตกลงมา รู้บ้างไหมคะว่ากานดาน้อยใจแค่ไหน” เธอคิดว่าจะไม่พูด แต่มันก็อดไม่ได้จนต้องระบายออกมา
ดนัยมองหน้างอน ทำปากเบะของหญิงสาวแล้วระเบิดหัวเราะออกมาทันที
“หัวเราะอะไรคะ หมอ” กานดากระแทกเสียงใส่ ไม่เห็นว่าจะน่าขำตรงไหน
“ก็...พรืด!” เขาปิดปากพยายามกลั้นหัวเราะ “ก็ผมไม่เคยเห็นกานดาทำหน้างอนใส่ผมสักที เลยรู้สึกแปลก ๆ”
“แปลกยังไงคะ กานดาก็เหมือนผู้หญิงทั่ว ๆ ไป” หน้าเธอง้ำลงไปอีก
“ก็ปกติเห็นเป็นหญิงเหล็ก เว้นแต่ตอนเกิดเรื่องกับคุณดาวนั่นแหละ ที่ผมเห็นกานดาอ่อนแอ บอบบางอย่างที่ผู้หญิงทั่ว ๆ ไปควรจะเป็น” เขายังหัวเราะอยู่ในลำคอ พลางนึกถึงเหตุการณ์ที่แสงดาวถูกน้องสาวฝาแฝดลักพาตัวไปจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด กานดารักแสงดาวเสมือนหนึ่งพี่สาวของเธอเอง ยามแสงดาวมีความทุกข์เธอก็พลอยรู้สึกไปด้วย
“ใช่สิ...กานดาไม่บอบบาง ไม่อ่อนแอเหมือนผู้หญิงทั่วไปหนิ” หน้าเรียวเล็กเบนไปทางอื่น นึกน้อยใจทำไมเขาชอบพูดจาทำร้ายจิตใจเธอเหลือเกิน เปรียบว่าเหมือนเด็กบ้างล่ะ เหมือนหญิงเหล็กบ้างล่ะ ต่อไปคงว่าเธอถึกเหมือนตัวที่กินหญ้าอยู่กลางท้องทุ่งมั้ง
ระหว่างที่เธอนั่งคิดน้อยอกน้อยใจ มือหนาคว้าเอวคอดเข้าไปกอดไว้ในอ้อมแขน เมื่อแนบชิดเขาพูดกระซิบที่หูเล็กเบา ๆ
“แต่ผมก็ชอบที่กานดาเป็นแบบนี้นะ” เสียงทุ้มต่ำเอื้อนเอ่ยบอกความใน
จากใจที่เคยน้อยกลับกลายมาเป็นวาบหวิวแทน ความรู้สึกอายทำให้กานดาพยายามดันตัวออกจากอ้อมแขนแกร่ง แต่เขาไม่มีท่าทีว่าจะคลายออก
“หมอคะ ปล่อยกานดาเถอะค่ะ” มือบางดันไหล่หนา เพื่อจะได้มองเขาถนัด
“หายงอนผมหรือยังล่ะครับ ?” ใบหน้ายิ้มส่งสายตาเป็นประกายหยอกเย้า ทำให้หน้าหญิงสาวร้อนซู่ขึ้นมาทันที
“ค่ะ...หายแล้ว” เธอก้มหน้า ความจริงยังงอนเขาอยู่ แต่การอยู่แนบชิดแบบนี้เธอมักหวั่นไหวไปกับเขาทุกที “ทีนี้ก็ปล่อยได้แล้วค่ะ” ร่างบางพยายามดันตัวออกอีกครั้ง
“จะรีบไปไหนล่ะครับ ตั้งแต่เจอกัน...เรายังไม่ได้ทักทายตามประสาคู่หมั้น เลยนะ”
ริมฝีปากร้อนผ่าวโน้มเข้ามาประกบริมฝีปากเรียวเล็กที่สั่นน้อย ๆ บางเบาก่อนที่จะบดเคล้าร้อนแรง ให้กลีบปากนุ่มเผยอออกจากกันเพื่อรุกเร้าลิ้นเข้าไปตวัดรัดเกี่ยวในปากเล็กของเธออย่างเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ มือบางจากที่เคยดันไหล่หนากลับเลื่อนมาโอบลำคอหนาให้แนบชิด เพื่อสัมผัสรสจูบที่โหยหาหลังจากที่ไม่ได้เจอกันนาน
“คราวนี้หายงอนผมจริงแล้วใช่ไหมครับ” ตาที่เป็นประกายสบตาหวานที่ยังเบลอในรสจูบ
“ยังจะมีหน้ามาถามอีก” กำปั้นเล็กทุบไปที่หน้าอกกว้างไม่จริงจังนัก “คราวนี้ก็ปล่อยกานดาได้แล้วค่ะ”
นายแพทย์หนุ่มคลายแขนออกอย่างไม่เต็มใจนัก เขาเองก็คิดถึงกานดาเหมือนกัน แต่ด้วยหน้าที่การงานที่ต้องรับผิดชอบ จึงไม่อาจปลีกตัวไปพบเธอที่กรุงเทพฯได้บ่อยนัก
ร่างบางที่ถูกปล่อยจากอ้อมกอดแข็งแรง ค่อย ๆ พลิกตัวลงนอนคว่ำเหมือนเดิม
“หมอทายาต่อได้เลยค่ะ กานดาจะไม่บ่นแล้ว” หน้าเรียวนอนตะแคงกับหมอนหนานุ่มในท่าสบาย มือสองข้างยกขึ้นมากอดหมอนไว้
นิ้วของเขาป้ายยาในตลับยา แล้วทาไปบนผิวที่ขาวนวลแต่เขียวช้ำเพราะการกระแทกอย่างเบามือ วนไปวนมาและออกแรงกดนิดหน่อยพอให้ตัวยาซึมซาบ
กานดาหลับตารู้สึกสบาย ไม่เหมือนตอนแรกที่เขาทำยังกับกำลังบดยาบนผิวเธอนั้นแหละ นิ้วร้อนยังคงนวดวนไปเรื่อย ๆ จนเธอรู้สึกเคลิ้ม ๆ คล้ายจะง่วง จึงว่าจะนอนสักครู่ พอเขานวดเสร็จก็คงปลุกเธอเอง ในขณะที่กำลังคิด นิ้วที่เคลื่อนไหวบริเวณที่ช้ำกลับเลื่อนขึ้นมาบริเวณเอว สอดเข้าข้างใต้เสื้อผ้าและไล้ไปตามแนวสันหลังเนื้อนวล สัมผัสเพียงแผ่วเบาแต่ทำให้หญิงสาวสยิวขึ้นมา
“หมออย่าเล่นแบบนี้สิคะ...” เสียงเอ็ดของหญิงสาวไม่ได้ทำให้เขาหยุด นิ้วร้อนเพียงแค่สะกิด ตะขอชั้นในก็หลุดออกจากกัน มือหนาไล้ไปตามลาดไหล่จนสายชั้นในเลื่อนตามมือที่ลูบไล้ เธอรู้สึกวาบหวิวไปทั่วร่างกาย
“หยุดนะคะ หมอ!” หญิงสาวห้ามเสียงสั่น อยากหันไปจัดการเขาให้หยุด แต่ร่างกายกลับอ่อนและไร้เรี่ยวแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มือหนาเลื่อนมาสอดข้างใต้ทรวงอกกับที่นอนหนานุ่ม ฝ่ามือหนาสัมผัสกับทรวงอกเริ่มเคล้าคลึงอย่างเรียกร้อง
“อา...” มือบางเกร็งกำหมอนไว้แน่น “หมอ...ยะ...อย่า...ค่ะ...” กานดารู้สึกอายกับเสียงที่เปล่งออกมา มันเหมือนกับเธอกำลังกระสันต์ไปกับสัมผัสของเขา ถึงเธอเคยคิดว่าอาจจะต้องผูกพันทางกายกับเขาสักวัน แต่ไม่คิดว่ามันจะเร็วอย่างนี้ อย่างน้อยก็น่าจะแต่งงานกันก่อน
ส่วนดนัยที่สาละวนกับการเล้าโลมหญิงสาวที่ใบหน้าแดงก่ำ นอนอ่อนระทวยบนเตียง เขารู้สึกว่าเธอน่ารัก น่าปรารถนา และเหมาะแก่การหยอกเย้าเป็นยิ่งนัก เพราะปกติเธอจะเป็นคนเข้มแข็ง ไม่ยอมใคร แต่ตอนนี้กลับตรงกันข้าม แถมยังไวต่อสัมผัสเป็นพิเศษเสียด้วย
“กานดาน่ารักจัง…” เขากระซิบบอกสิ่งที่คิดข้างหูเล็กที่กำลังอื้อ เพราะนิ้วของเขาที่กำลังหยอกเอินยอดอกที่ชูชัน
“หมอคะ...หยุดนะ...เดี๋ยวคุณดาวมา” กานดาพยายามรวบรวมสติที่แตกกระเจิงให้กลับมา เขาลืมไปหรือเปล่าว่ากำลังทำอะไรอยู่ในบ้านคนอื่น
“คุณดาวเค้าไม่ว่าอะไรหรอก เค้ารู้อยู่แล้วว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติ” ว่าแล้วริมฝีปากบางเม้มที่ติ่งหูเธอเบา ๆ
“หมอไม่อาย แต่กานดาอายนี่” เธอตัวสั่น เริ่มงอแง คิดว่าแสงดาวอาจเปิดประตูเข้ามาได้ทุกเมื่อ
“ก็ได้ครับ” นายแพทย์หนุ่มปล่อยตัวเธอทันที ไม่ใช่เพราะกลัวแสงดาวมาเห็น แต่ไม่อยากฝืนใจถึงเธอจะคล้อยก็เถอะ แล้วเขาก็ไม่ใช่พวกบ้ากามที่จะต้องเอาให้ได้ดั่งใจ
กานดานอนงง ไม่คิดว่าเขาจะปล่อยเธอง่ายเช่นนี้ ใจหนึ่งก็รู้สึกโล่งใจ แต่ใจหนึ่งก็รู้สึกเสียดาย เธอทิ้งความรู้สึกสับสนนั้นทิ้งไป รีบลุกขึ้นมาจัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วพูดทันที
“หมอคะ! กานดาให้หมอทายาให้นะคะ ไม่ได้ให้ทำอย่างอื่น” ดวงตารีเขม่นนายแพทย์หนุ่มที่นั่งทำหน้าเฉย ๆ ไม่รู้ร้อนรู้หนาวไปกับคำพูดเคือง
“ผมก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูนนะครับ จะได้ไม่หวั่นไหวไปกับเนื้อนวลขาวที่นุ่มนิ่มน่าสัมผัสแบบนั้นน่ะ”
“ยังจะมาพูดอีกนะคะ” หญิงสาวพูดเหมือนเขาตอนแรกที่ว่าเธอเรื่องปีนต้นไม้ “คิดบ้างหรือเปล่าว่าเรากำลังอยู่ในบ้านคนอื่นนะคะ แถม...เรายังไม่ได้แต่งงานกันด้วย” ประโยคสุดท้ายหญิงสาวพูดเสียงเบา
“ก็ผมตั้งใจจะแต่งงานกับกานดาอยู่แล้วนี่ครับ ถ้าเราได้เสียเร็วไปนิดผมก็เห็นว่าไม่เสียหายอะไร” ดนัยพูดเรียบ ๆ อย่างที่ใจคิด เพราะถ้าเขาไม่รักจริงก็คงไม่ทำ แต่หญิงสาวกลับเข้าใจไปอีกทางหนึ่ง
“หมอพูดอย่างนี้ได้ยังไงคะ เหมือนกับว่าที่เราหมั้นกันทำให้หมอมาเอาเปรียบกานดาได้” พยาบาลสาวเริ่มมีน้ำโห ที่ดนัยพูดเหมือนเห็นแก่ได้ ไม่คิดถึงจิตใจของเธอ “หมอเป็นผู้ชายจะเสียหายอะไรล่ะ”
ชายหนุ่มคร้านที่จะต่อล้อต่อเถียงกับเธอ เพราะดูท่าปากอย่างเขาคงจะทำให้เรื่องยิ่งยาว “เอาเป็นว่าผมขอโทษแล้วกันนะครับ แล้วกานดาจะให้ผมทำยังไงล่ะครับถึงจะพอใจ”
“หมอก็ห้ามทำแบบนั้นกับกานดาอีก จนกว่าเราจะแต่งงานกัน ตกลงไหมคะ ?” กานดายิ้มน้อย ๆ ยื่นข้อเสนอที่ทำให้ชายหนุ่มอึ้งไป แต่ก็ไม่นานเมื่อริมฝีปากบางยกมุมปากขึ้นบ้าง
“ก็ได้ครับ” เขาตอบ
เยส! ในใจกานดาร้องขึ้นอย่างเป็นต่อ แต่พอเขาพูดประโยคถัดมา
“แต่กานดาห้ามแตะต้องตัวผมเด็ดขาด ตกลงไหมครับ ?”
“อ้าว...ทำไมล่ะคะ ?” หน้าหญิงสาวซึมลงทันที คนรักกันไม่ให้แตะเนื้อต้องตัวกันมันแปลก ๆ อย่างน้อยจับมือกันก็ยังดี
“ก็ผมบอกแล้วไงครับ ว่าผมไม่ใช่พระอิฐพระปูน จะให้ไม่รู้สึกกับเนื้อหนังมังสาของผู้หญิงได้ยังไง ดังนั้นวิธีแก้มันมีอยู่วิธีเดียว ก็คือ...ต้องไม่สัมผัสครับ” เขาแกล้งนั่งหลับตาทำสมาธิเหมือนรูปหล่อพระ แล้วลืมตาขึ้นข้างหนึ่งเพื่อมองกานดาที่ก้มหน้าคิดเครียดกับสิ่งที่ได้ยิน
“อืม...มันไม่เห็นเกี่ยวเลยนี่คะ” พอกานดาเงยหน้าขึ้น ตาที่เปิดก็ปิดลงทันทีแกล้งทำนิ่ง ๆ “ก่อนหน้านี้หมอไม่เห็นเป็นอะไรเลย”
“ใครบอกว่าผมไม่เป็นล่ะครับ” ชายหนุ่มยังคงหลับตา “ผมพยายามหักห้ามใจไว้ต่างหาก”
“ก็หักห้ามต่อไปสิคะ” หญิงสาวพูดง่าย ๆ
“กานดาครับ ความอดทนมันก็มีขีดจำกัดเหมือนกันนะครับ เอาเป็นว่าตามนี้แหละครับ” ตาที่ปิดไว้ลืมขึ้นมา “หรือกานดาอดทนไม่ได้ครับ” ชายหนุ่มยิ้มเจ้าเล่ห์ จนหญิงสาวชักฉุนขึ้นมา
“ทำไมกานดาจะทนไม่ได้คะ กะอีแค่ไม่ได้แตะต้องตัวหมอ” หน้าเรียวเล็กเชิดใส่ ทั้งที่ไม่อยากให้มาทะเลาะกันแบบนี้เลย แต่เมื่อเขาท้ามีหรือที่คนอย่างเธอจะยอม
“งั้นเป็นอันตกลงนะครับ ถ้ากานดาแตะต้องตัวผม ก่อนสัญญาเป็นอันโมฆะ”
“แล้วถ้าหมอแพ้ล่ะคะ” เธอถาม ไม่เห็นว่าเขาจะเสียอะไร
“อืม...” ชายหนุ่มนั่งคิด “เอาเป็นว่าถ้าผมแพ้ กานดาอยากได้อะไรหรือให้ผมทำอะไรก็ตามใจเลยครับ”
เมื่อเป็นที่ตกลงกันเรียบร้อย ชายหนุ่มยกนิ้วก้อยขึ้นเพื่อเป็นสัญญา หญิงสาวจึงยกนิ้วก้อยขึ้นมาจะเกี่ยว
“เดี๋ยวก่อนนะคะ อันนี้นับหรือเปล่า ?” นิ้วก้อยเล็กหยุดกลางอากาศเมื่อนึกได้
“อันนี้ไม่นับครับ” ชายหนุ่มยิ้มกับความช่างคิดเล็กคิดน้อยของเธอ แต่เขาเกือบฉวยไว้เหมือนกัน
เมื่อเขาบอกเช่นนั้น นิ้วก้อยเรียวเล็กก็เข้าไปเกี่ยวกับนิ้วก้อยยาวเป็นพันธะสัญญาศึกสงครามระหว่างกัน
เสียงเคาะที่ประตูดังขึ้น ตามด้วยเสียงคุ้นเคยที่เรียกจากอีกฝั่งของประตู
“หมอดนัยคะ กานดาคะ มาทานเค้กกันเถอะค่ะ ดาวเตรียมไว้ที่ระเบียงเรียบร้อยแล้ว”
“คร๊าบ... เดี๋ยวผมกับกานดาตามไป” ดนัยร้องตอบ ปล่อยนิ้วที่เกี่ยวออกจากกัน
“งั้นดาวลงไปรอข้างล่างนะคะ” ว่าแล้วเจ้าของเสียงก็เดินจากไป ทิ้งให้นายแพทย์หนุ่มกับพยาบาลสาวมองหน้ากันนิ่ง
“เราไปทานเค้กกันดีกว่า” ชายหนุ่มเอ่ย ย้ายตัวเองจากเตียงนอนไปยืนบนพื้นห้อง แล้วก้าวเดินออกห่างไปเล็กน้อยก่อนจะหันมามองหญิงสาวที่กำลังจัดกางเกงให้เข้าที่ เพราะถูกเขาเลื่อนลงตอนที่ทายาให้ “พร้อมหรือยังครับ”
กานดาขยับตัวลงจากเตียงอย่างทะมัดทะแมง จนลืมไปว่าตัวเองกำลังเจ็บสะโพกอยู่ พอยืนขึ้นเท่านั้นเธอถึงกับครางออกมาด้วยความเจ็บจนเข่าอ่อนเกือบล้มลงไปที่พื้น แต่ดีที่เธอทรงตัวทัน ใบหน้าเรียวเงยขึ้นมามองชายหนุ่มที่ยืนนิ่งสนิทไม่มีท่าทีจะเข้ามาช่วยเธอ
ริมฝีปากบางโค้งขึ้น ลิ่วตาให้เธอเล็กน้อย แล้วพูดว่า
“เกมเริ่มแล้วนะครับ” ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอ เปิดประตูแล้วก้าวยาวออกไปจากห้อง
หญิงสาวทำหน้างอไม่พอใจกับการกระทำของเขา แต่ทำไงได้ล่ะในเมื่อเธอดันไปรับคำท้ากับเขา
ส่วนดนัยเองหลังออกไปจากห้อง ก็ถอนหายใจออกมา
“เกือบไปแล้วไหมล่ะ”
เขาเองก็แย่เหมือนกันที่ต้องฝืนใจไม่เข้าไปรับตัวกานดา ถึงจะดูใจร้ายไปหน่อย แต่เขาก็อยากให้เธอรู้อะไรบ้างอย่างที่มองข้ามไป


Top
 Profile  
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 1 post ] 

All times are UTC + 7 hours


Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 1 guest


You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum

Search for:
Jump to:  
cron